ได้เห็นข้อความของ Mistah Oui (@ouimu) จาก twitter
เริ่มต้นมาจากเมื่อเกือบเที่ยงคืนของคืนวันที่ 17 พ.ย. 54 คุณ @ouimu ไปกับรถขนของเพื่อเอาไปช่วยเหลือผู้บริจาค แล้วประสบปัญหารถสิบล้อที่ใช้โดยสารกันเกิดติดหล่ม ไปต่อไม่ได้คุณ @ouimu จึงได้ tweet ข้อความข้อความช่วยเหลือ แต่ผ่านไปนานก็ยังไม่มีใครช่วย จนสุดท้ายต้องติดต่อเอง จึงได้เขียนเล่าเรื่องมา
อ่านดูแล้วก็ทำให้เห็นภาพการใช้งาน Twitter กับการส่งต่อข้อความเพื่อขอความช่วยเหลือ เป็นแง่มุมที่น่าสนใจดี เลยมาบันทึกไว้
…
@11:55 PM, 17 Nov ช่วยด้วยยย สิบล้อติดหล่มอยู่ในเพชรเกษม 118 อยากได้ รถ 10 ล้อมาช่วยลากด่วน ติกต่อ 0818119930
@11:56 PM, 17 Nov ฝาก Rt ช่วยด่วนเลยครับ แบตกำลังจะหมดด้วย
@12:23 PM, 18 Nov สิบล้อที่ติดหล่มเมื่อคืนออกมาได้ตอนตีสาม รอเวลารับความช่วยเหลือ 4 ชั่วโมง
@12:24 PM, 18 Nov ใครคิดว่าทวีตเตอร์เป็น Social Network ที่ดี มีผลลัพธ์ที่ได้จากเรื่องขอความช่วยเหลือผ่านทางทวีตเตอร์ หลังจากทดสอบมาแล้วสองสามรอบดังนี้
@12:26 PM, 18 Nov หลังจากการ Tweet ขอความช่วยเหลือหลายครั้ง เช่นครั้งล่าสุด จาก Follower 800++ มีคนช่วย Retweet 7 คน มีคน Retweet ต่อจากคนที่ Retweet 3 คน
@12:27 PM, 18 Nov จากคนที่ Retweet อยู่ทั้ง 10 คน คาดว่าผ่านสายตา Follow ประมาณ 13000 คน หักที่น่าจะนอนไปแล้วตอนห้าทุ่มกว่า ๆ สัก 40% คาดว่าน่าจะมีคนเห็น 7000
@12:29 PM, 18 Nov ผลลัพธ์ที่ได้ การติดต่อได้รับความช่วยเหลือกลับมาทางเบอร์ที่ให้ 0% ไม่มีเลย มีช่วยคน Retweet 1.3%
@12:30 PM, 18 Nov เทียบกับการติดต่อขอความช่วยเหลือตรงโทรหา 15 เบอร์ มีติดต่อกลับ 1 เบอร์ สุดท้าย โบกรถหน้าปากซอยเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
@12:31 PM, 18 Nov สรุปได้ว่า Twitter ก็เหมือน ศปภ. ตะโกนไปให้ตาย ก็ไม่ได้รับการตอบสนอง (หลังจากที่ลองทำมา 3-4 ครั้ง) สุดท้ายดิ้นรนเอง ผลลัพธ์ง่ายกว่า
@12:32 PM, 18 Nov มีคนบอกว่า ถ้าเป็นสาว ๆ น่ารัก ๆ หรือเป็น Celeb ขอความช่วยเหลือเอง ผลลัพธ์ที่ได้จะต่างกันทันที
@12:33 PM, 18 Nov ถ้าเป็นสาวน่ารัก ๆ จะมีคน Retweet เป็น 10%++ จะมีคนยินดีโทรกลับมากกว่า 20 Call
@12:34 PM, 18 Nov ถ้าเป็น Celeb ดารา จะมีคน Retweet ประมาณ 5-10% ส่วนคนที่มาช่วยแค่แฟนคลับก็มากกว่า 100 ขึ้นทันที
@12:35 PM, 18 Nov สรุป Twitter เหมาะเอาไว้สำหรับ กระจายข่าว ประชาสัมพันธ์ และบ่นดัง ๆ เท่านั้น ส่วนเรื่องขอความช่วยเหลือ ลืมไปได้เลย ตนเป็นที่พึ่งแห่งตนดีกว่า
@12:36 PM, 18 Nov @pooligox Celeb ช่วย RT แต่ถ้าไม่ใช่เรื่องของ Celeb คนก็แค่ช่วย RT ไม่ได้มีใครติดต่อกลับมาช่วยเช่นกัน (เพราะเมื่อวานก็มี Celeb RT)
@12:38 PM, 18 Nov ถ้ามีคนบอกว่า เป็นความคิดที่อคติไปหน่อย ขอตอบว่าที่เขียนไม่ได้วัดจากการถูกเข้ามาช่วยเหลือ แต่แค่วัดจากคนที่จะโทรเข้ามาถามไถ่ตามเบอร์ที่ให้ไป
@12:38 PM, 18 Nov เพราะแค่มีคนโทรเข้ามาสอบถาม ก็แสดงให้เห็นถึงความอยากช่วยถึงไม่รู้จะช่วยได้แค่ไหนก็ตาม แต่ผลลัพธ์คือ 0 Call ไม่มีแม้แต่คนจะโทรมา
@12:40 PM, 18 Nov ดังนั้น Social Network จึงเป็นสื่อที่เหมาะแก่การกระจายข่าว และวิพากษ์ โดยแท้ ไม่เหมาะที่จะใช้ สื่อสารหรือขอความช่วยเหลือที่เห็นผลเป็นรูปธรรม
@12:41 PM, 18 Nov ในทางกลับกัน ถ้าเป็นการกระจายข่าว ประชาสัมพันธ์ เชิญชวน Twitter จะเป็นสื่อที่ดีมากกว่ากันเยอะ
@12:41 PM, 18 Nov เช่นถ้ามีคนวิพากษ์ข่าวสักข่าว โดยเฉพาะข่าวที่โดนใจ คนวิพากษ์หนึ่งคนจะถูกส่งต่อกระจายความคิดให้คนได้มากกว่า 10000 คนในทันที
@12:42 PM, 18 Nov โดยเฉพาะเรื่องที่เป็นเรื่องที่ใส่ความคิดเห็นส่วนตัว หรือเห็นไปในทางเดียวกันโดยไม่ได้รอเหตุผลมาหักล้าง จะยิ่งไปไกล
@12:43 PM, 18 Nov ผลลัพธ์ที่ได้คือ เรื่องเล่าของฝ่ายตัวเองดี ฝ่ายคนอื่นเลว จะยิ่งกระจายไปไกล และสร้างผลกระทบได้เร็วมากที่สุด
@12:44 PM, 18 Nov มีความเห็นอีกเรื่อง ถ้าเป็นเรื่องของฟรี แจกของ รับรอง RT กระหน่ำ พิมพ์คนเดียว ผลลัพธ์ที่ได้คนตอบสนองมากกว่า 10000+ (ของฟรี ใครก็เอา)
@12:45 PM, 18 Nov สุดท้ายพลัง Social Media ถ้าจะให้รุนแรง ต้องทำให้อยู่บนปัจจัยของกิเลสคน จะทำให้ได้รับการตอบสนองอย่างรุนแรงตามไปด้วย
@12:50 PM, 18 Nov เรื่องชัด ๆ ของการกิเลสที่ได้ผลเช่น แจกของ ลดราคา 50% ของบางอย่าง ดราม่าเรื่องที่อยู่ในความสนใจ เรื่องสร้างความบาดหมาง เฮไหน เฮนั่น
@12:51 PM, 18 Nov อีกเรื่องที่ได้รับการตอบสนองดีคือการทำจิตวิทยาหมู่ เช่นการเชิญชวนซ้ำ ๆ กันไปมาหลายๆ อย่างในเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง
@12:52 PM, 18 Nov เช่นการเชิญชวนไปทำอะไรบางอย่าง หลายคนเห็นครั้งแรกเฉย ๆ แต่เมื่อมีคนพูดว่าอยากไปมากขึ้น ผ่านทาง Social จะมีแนวโน้มทำให้คนเปลี่ยนใจไปมากขึ้น
@12:54 PM, 18 Nov การที่เป็น Trend คือไม่ว่าจะทำอะไร ถ้าเป็น Trend มีแนวโน้มว่าจะดึงกระแสคนที่ไม่สนใจให้สนใจได้ โดย Trend ที่ออกมาก็ไม่ได้คำนึงถึงผลกระทบใด ๆ
@12:55 PM, 18 Nov มีหลายเรื่องที่อยู่ใน Trend แต่ไม่ได้รับการ Educated หรือการควบคุมที่ดีพอ แต่คนเข้าใจว่าเป็น Trend ที่น่าไปทำ ผลลัพธ์ที่ได้ไม่ได้ดีเสมอไป
@12:55 PM, 18 Nov มีตัวอย่าง Trend ที่นึง ยกตัวอย่างให้ฟังได้ แต่ไม่ระบุว่าที่ไหน
@12:56 PM, 18 Nov มีการชักชวนไปทำกิจกรรม Pack ถุงยังชีพและขนของ ณ สถานที่แห่งนึง หลังจากมีการเชิญชวนกันหลาย ๆ รอบ ทุก ๆ วัน ผลลัพธ์ที่ได้มีดังนี้
@12:57 PM, 18 Nov ข้อแรก คนเข้าไปคับสถานที่ เนื่องจากสถานที่มีพื้นที่จำกัด ไม่ได้มีการประชาสัมพันธ์ที่ดีว่าต้องการคนแค่กี่คน แต่บอกว่าต้องการเรื่อย ๆ
@12:58 PM, 18 Nov ดังนั้นคนจึงถูกดึงดูดผ่านทาง Social ให้ไหลเข้าไปยังสถานที่นั้น ๆ แม้ว่ามันจะเบียดเสียดเท่าไหร่ก็ยังมีคนเข้าไป
@12:59 PM, 18 Nov สุดท้ายคนนั่งเต็มห้อง ไม่มีที่แม้แต่จะเดิน คนที่ล้นออกมาก็ไม่มีอะไรทำ แถมไปเกะกะอีกต่างหาก แต่ไม่มีใครพูดเพราะถือว่าทุกคนมาด้วยใจ
@12:59 PM, 18 Nov อีกข้อคือ เมื่อมีการขนของขึ้นรถ ที่ใช้วิธียืนเอาตัวติดกันและส่งกันเป็นทอด ๆ หลายคนคิดว่าเป็นวิธีที่ดี
@1:01 PM, 18 Nov แต่ผลลัพธ์คือ การขนของขึ้นรถทำได้ช้ามาก ก่อนหน้ามีการนำรถ Folklift มาใช้ ขนของได้ชั่วโมงละ 2 คันรถ พอมาเป็นคนต่อแถวเหลือคันรถละสองขั่วโมง
@1:01 PM, 18 Nov เนื่องจากไม่มีการควบคุมการจัดการที่ดี คนก็ทยอยเข้ามาและคิดว่าสิ่งที่ทำเป็นสิ่งที่ถูกและดี แต่ในภาพรวมคนที่มองเห็นจะพบว่าอะไรที่มากไปมันก็แย่
@1:03 PM, 18 Nov ดังนั้นการใช้ Social จึงเป็นอะไรที่สุดโต่ง ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่ได้รับความสนใจใน Trend ก็จะไม่มีการตอบสนองเลย แต่ถ้าใช่ก็จะไม่สามารถควบคุมได้
@1:04 PM, 18 Nov สรุปอย่างที่สรุป สิ่งที่เหมาะกับ Twitter คือ Drama ข่าว เรื่องในกระแส เรื่องวิพากษ์วิจารณ์ เรื่องที่ไม่ต้องการควบคุม เรื่องที่ทำให้ Panic
@1:05 PM, 18 Nov สิ่งที่ไม่เหมาะใน Twitter คือ การขอความช่วยเหลือเป็นบุคคล ความมีเหตุมีผล การตอบโต้โดยใช้ปัญญาและสติ การควบคุมบริหารการจัดการ
@12:43 PM, 18 Nov RT @moui: @ouimu แจกของใช้ทวิตเตอร์คนตรึม ขอความช่วยเหลือจงพึ่งตนเองก่อน